Love_secret: ปฏิบัติการลับ..พิสูจน์รักให้ลงล็อค
posted on 10 Sep 2009 22:16 by love-lezzer in LOVEoSECRETบทที่ 1
“กรี๊ดกรี๊ด กรี๊ด” เสียงเชียร์กีฬาที่ดังอยู่ระหว่างการแข่งขันบาสเกตบอลหญิงระหว่างโรงเรียนดังสนั่นสนามกีฬา ทีมมาเยือนได้พ่ายแพ้ไปอย่างราบคาบ หลังจบการแข่งขันทีมเจ้าบ้านและทีมมาเยือนจับมือกันเพื่อแสดงถึงน้ำใจของนักกีฬา
“ยูกิเธอนี่แรงดีไม่มีตกเลยนะ” หัวหน้าทีมบาสผู้มาเยือนเอ่ยบอกพร้อมจับมือผู้ถูกเอ่ยถึงกลับแสดงสีหน้าเรียบเฉย
“ยูกิมันพวกกรรมกรค่ะชอบใช้แรง” เพื่อนสาวแสนสนิท ยื่นหน้าเข้ามาตอบแทนพลางหัวเราะผู้ที่ได้ฟังถึงกับหัวเราะออกมา
“ไว้คราวหน้าเจอกันอีกนะเนเนะจัง ยูกิด้วย คราวหน้าฉันสัญญาต้องชนะแน่นอน”หัวหน้าทีมผู้มาเยือนกล่าวอำลา
“นี่แกเมื่อไหร่จะเลิกนิสัยเสีย ๆ แบบนี้ซักที” เนเนะแหววใส่เพื่อนสาวที่หน้าตาเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์กับสิ่งรอบข้าง ขณะเดินกลับห้องพักนักกีฬา
“......”ไม่มีคำตอบใด ๆ จากเพื่อนสาวกลับมา
“พี่เนเนะคะ”เสียงหวาน ๆ ปานน้ำผึ้งเรียกจากด้านบนอัฒจันทร์
“ว่าไงคะน้อง”เนเนะ หันกลับไปตอบรับด้วยหน้าตาชื่นบาน อีกมือเกี่ยวแขนเพื่อนสาวแสนสนิทไว้กันมันเดินไปก่อน
“พี่เนเนะคะวันนี้พี่กับพี่ยูกิ เล่นได้เยี่ยมมากเลยค่ะ”เด็กสาวยืนแก้มแดง เอียงอายอยู่หลังเพื่อนสาวที่ยืนอยู่ด้วยกัน จากการคาดคะเนของเนเนะเด็กคนนี้ท่าทางจะปลื้มยูกิ ซะมากกว่าปลื้มตัวแธออง เพราะจากการวิเคราะห์แล้วเด็กน้อยคนนี้หลบตายูกิตลอด สถานการณ์แบบนี้เนเนะ ชอบมาก ๆ
“แล้วน้องเชียร์พี่หรือพี่ยูกิมากกว่ากันละจ๊ะ”เนเนะกระเซ้าเด็กสาว และก็เป็นไปตามคาด เด็กสาวถึงกับหน้าแดงแป๊ด อึกอักตอบไม่ถูกเลยดึงกลุ่มเพื่อนวิ่งลงจากอัฒจันทร์ไป มีเสียงกรี๊ดกร๊าดตามไปเป็นระลอกระลอก จากคนรอบข้างที่ได้ยินบทสนทนา เนเนะยิ้มด้วยความสนุก
“แล้วเมื่อไหร่แกจะเลิกใช้ชื่อฉันไปแกล้งพวกน้องๆ แบบนั้นซะที” ยูกิหันไปถามเนเนะด้วยสายตาเรียบเฉย
“ก็น้องน่าแกล้งซะขนาดนั้นฉันก็เลยนึกสนุกอยากเล่นขึ้นมาบ้างก็เท่านั้น แกอย่าคิดมากน่าฉันไม่ทำให้แกเสียหายหรอกน่านะ” เนเนะอธิบายพร้อมลากเพื่อนสาวแสนสนิทเดินไปเปลี่ยนชุดในห้องพักนักกีฬา
ตอนนี้ในห้องพักนักกีฬาไม่เหลือใครอยู่แล้ว หลังแข่งเสร็จ ถ้าไม่มีการนัดกินเลี้ยงกันนักกีฬาทุกคนก็จะแยกย้ายกันกลับไปพักผ่อน ตอนนี้ก็จะเหลือแต่ฉันและ เนเนะ เท่านั้น
ฉันชื่อยูกิเป็นนักเรียนมัธยมปลายของโรงเรียนหญิงล้วน ที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับหนึ่งของเขตนี้ส่วนคนที่ลากฉันเข้ามาในห้องเมื่อกี้นี้ชื่อเนเนะเราสองคนคบกันมาตั้งแต่เข้ามาเรียนที่นี่แรก ๆ เราสนิทกันได้ยังไงน่ะหรอฉันก็ยังไม่ค่อยเข้าใจดีเหมือนกันในเมื่อนิสัยเราทั้งสองคนต่างกันลิบลับราวฟ้ากับเหว เพราะ เนเนะ จะเป็นคนสนุกสนาน คุยเก่งเข้ากับคนง่าย จึงมีแต่คนอยากเข้ามาคุย แต่ฉันจะเป็นคนเงียบ ๆ ไม่ค่อยพูด ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะไม่ค่อยมีคนเข้ามาคุยกับฉันสักเท่าไหร่แต่มีอยู่สองอย่างที่เราเหมือนกันคือ เราชอบเล่นบาสเหมือนกันและเรามักจะมีอะไรตื่นเต้นสนุก ๆ ทำด้วยกันเสมอ (ทั้ง ๆ ที่ฉันแสนจะนิ่งซะขนาดนี้)
“เสร็จรึยังล่ะแก”เนเนะ ตะโกนข้ามประตูห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า
“เกือบแล้วถ้าแกรีบแกก็ไปก่อนได้นี่นา”ฉันเริ่มหัวเสียกับการเร่งเร้าของเพื่อนสาว
“ฉันจะทิ้งแกกลับไปก่อนได้ไงฉันเป็นแฟนแกนะเว้ย” เนเนะ พูดจบก็หัวเราะลั่น
“แกอย่ามาพูดอย่างนี้นะเดี๋ยวมีใครได้ยินก็เอาไปพูดกันอีก” ฉันตะโกนกลับทันควัน
“แกอย่าซีเรียสไปหน่อยเลยน่ายูกิน้องพวกนั้นคลั่งแกจะตาย แค่แกยิ้มให้หัวใจแทบจะหยุดเต้นอยู่แล้วดูอย่างน้องคนเมื่อกี้นี้ซิ แค่ฉันพูดชื่อแกแค่นั่นแหละ ถึงกับช็อคเลยเห็นป่ะหล่ะ”เนเนะ พูดไปก็ขำไป
“แกอย่ามาพูดเลยเนเนะน้อง ๆ พวกนั้นส่วนหนึ่งก็เป็นแฟนคลับแกนะ แกไม่เลือกซักคนล่ะ”ฉันแหย่เนเนะกลับบ้าง
“อืม....ฉันพูดไม่ถูกว่ะน้อง ๆ เค้าก็น่ารักดีนะ แต่ว่าก็ว่าเหอะ แล้วแกล่ะนิ่ง ๆ เงียบ ๆเลือกใครไว้ซักคนบ้างหรือเปล่าล่ะ” เนเนะสวนกลับทันที
“..........”ฉันไม่ตอบ
“ไม่ตอบเนี่ยแกหมายความว่าไงยูกิชอบ หรือ ไม่ชอบ” เนเนะต้อนฉันให้จนมุม
“ปัง....”ฉันกระแทกประตูออกมา เนเนะสะดุ้งสุดตัว
“ไปไป กลับบ้านได้แล้ว” ฉันเปลี่ยนเรื่องทันที
“เฮ้ยๆ นี่แกเนียนไปแล้ว ฉันถามเมื่อกี้แกยังไม่ตอบเลย ตอบมาซะเลย ยูกิแกอย่ามาเฉไฉกับฉัน” เนเนะเซ้าซี้กระโดดขี่คอฉันออกมาจากห้องพักนักกีฬา
“ยูกิถ้าแกจะชอบใครแกต้องบอกฉันก่อนนะเว้ย เอ...หรือแกจะแอบชอบฉันเนี่ยแกบอกมาเลยดีกว่า” เนเนะพูดไปพลางกระโดดขึ้นขี่ฉันให้เดินเหมือนขี่ม้าพอเปิดประตูออกมาก็พบกับเด็กสาวที่คุยกันก่อนเข้าห้องยืนรออยู่หน้าประตู และเพื่อนของเธออีกกลุ่มหนึ่งยืนรออยู่ทางออกของสนามแข่งเนเนะเห็นดังนั้นจึงรีบกระโดดลงจากคอฉัน
“นั่นไงงานเข้าแล้วแก ตอบน้องเค้าแบบทะนุถนอมหน่อยนะ เดี๋ยวฉันออกไปรอข้างนอก”เนเนะพูดเสร็จก็ผลักฉันให้เดินก้าวออกไปข้างหน้าส่วนตัวเองก็เดินปลิวออกไปจากสนามแข่ง
“น้องมีอะไรกับพี่หรือป่าวคะ”ฉันเอียงคอถามเด็กสาวพลางยิ้มเล็กน้อยเพื่อไม่ให้น้องเค้าเกร็ง
“คือหนูเป็นรุ่นน้องของพี่ยูกินะค่ะ”เด็กสาวอึกอักตอบ
“ค่ะพี่รู้น้องใส่ชุดฟอร์มเดียวกันกับพี่นะคะ” ฉันยิ้มให้
“ค่ะคือหนูจะบอกว่า ....บอกว่า” เด็กสาวตะกุกตะกักที่จะพูด
“บอกว่าอะไรคะ”ฉันเน้นเสียง เด็กสาวยืนมองหน้าตาปริบ ๆ กับเสียงที่ค่อนข้างดังของฉัน
“เอาละค่ะถ้าวันนี้น้องยังไม่รู้จะพูดอะไร งั้นพี่ขอตัวกลับก่อนนะคะแล้วถ้านึกออกแล้วค่อยมาคุยกับพี่ใหม่แล้วกันนะ”ฉันลดเสียงลงและพูดอย่างนุ่มนวล และเมื่อฉันพูดเสร็จกำลังกลับหลังหันเดินออกประตูก็มีมือเล็ก ๆ เย็น ๆ มาคว้าข้อมือฉันไว้
“พี่คะ”เด็กสาวเสียงเครือ ฉันหันกลับมาตามเสียง ภาพที่เห็นเด็กสาวน้ำตาคลอเบ้าปริ่มจะล้นออกมาให้ได้
“น้องคะเป็นอะไรหรือเปล่า พี่ไม่ได้ดุน้องนะคะ พี่แค่บอกเฉย ๆ ว่า....”ฉันไม่ทันพูดจบเด็กสาวก็พูดสวนขึ้นมาทันที
“พี่คะหนูชอบพี่ค่ะ คบกับหนูได้ไหมคะ” เด็กสาวก้มหน้าก้มตาพูดไม่เงยหน้ามามองหน้าของฉัน ฉันรู้ดีว่าทำไมเธอถึงไม่เงยหน้ามองฉันเรื่องแบบนี้ไม่ใช่ว่าเพิ่งเคยเกิดหรือเกิดมาแค่ครั้งสองครั้งแต่เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยและหลายรูปแบบจนฉันชินซะแล้ว
“น้องคะ..” ฉันเรียกเด็กสาวพลางยื่นมือไปจับหน้าของเด็กสาวเงยหน้าขึ้นมาและปาดน้ำตาให้เธอ เด็กสาวหน้าแดงมากขึ้นกว่าเดิม
“ตอนนี้พี่ยังไม่ได้คิดเรื่องนี้เลยพี่ขอบคุณที่รู้สึกดี ๆ กับพี่นะคะแต่ในวันข้างหน้าน้องอาจจะเจอคนที่ดีกว่าพี่แน่นอน”ฉันยิ้ม
“ฮึก.. ฮึก” เด็กสาวสะอื้น หลังได้ฟังคำตอบจากฉัน
“อย่าร้องนะคะถึงพี่จะไม่ได้ตอบรับความรู้สึกของน้องแต่เราก็ยังเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันเหมือนเดิมนะคะหรือน้องจะไม่เป็นรุ่นน้องพี่อีกแล้ว” ฉันเอียงคอถามด้วยความสงสัย
“ไม่ค่ะ..ฮึก..ฮึก..หนูจะคอยตามเชียร์พี่ยูกิเหมือนเดิมค่ะขอบคุณพี่ที่รับฟังความรู้สึกของหนูนะคะ” เด็กสาวก้มหน้าร้องไห้ต่อ
“อย่างน้อยวันนี้น้องก็ได้พยามยามอย่างเต็มที่แล้วนะ...ขอบคุณนะคะที่รู้สึกดีๆ ให้กัน กลับบ้านดี ๆ นะคะ”ฉันปาดน้ำตาให้เด็กสาวอีกครั้งและจับน้องกลับหลังหันไปหาเพื่อน ๆที่เฝ้ารอดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เด็กสาวหันมามองหน้าฉันและยิ้มให้หลังจากนั้นเธอก็วิ่งไปหาเพื่อนเธอ ฉันเห็นเพื่อน ๆ เธอโค้งหัวให้ฉันเล็กน้อยก่อนจะเดินกอดเธอออกไปจากสนามแข่ง ฉันหันหลังเดินออกจากสนามแข่งมาหาเนเนะที่นั่งยิ้มรออยู่ใต้ต้นไม้บางทีฉันยังต้องนึกขอบคุณเนเนะที่ช่วยเตือนสติให้ฉันก่อนทุกครั้งที่ฉันจะเดินเข้าไปปฏิเสธบรรดาแฟนคลับของฉันหลังจากเดินออกมาจากสนามแข่ง ฉันกับเนเนะแยกทางกันเพื่อกลับบ้านของแต่ละคน
ระหว่างทางเดินกลับบ้านฉันนึกถึงเหตุการณ์เดิมๆ คนแล้วคนเล่าที่เข้ามาสารภาพรักกับฉันแบบนี้และก็ต้องจบลงด้วยการเสียน้ำตาเกือบทุกครั้งไป ไม่ว่าจะเป็นรุ่นน้องหรือรุ่นพี่ที่คอยมาตามเชียร์ฉัน ความรู้สึกเมื่อครู่ที่ฉันได้รับรู้ผ่านฝ่ามือเล็กๆของเด็กสาวคนนั้นคือ ความพยายามที่เธอรวบรวมมาเต็มที่ เพื่อจะมาพูดกับฉัน ซึ่งทำให้ฉันไม่กล้าที่จะพูดอะไรรุนแรงเกินไปเพื่อทำลายความตั้งใจที่เธอคนนั้นสร้างขึ้นมาเพื่อทำในสิ่งที่ตนเองอยากทำพอเห็นเด็กสาวในวันนี้ ทำให้นึกกลับไปวันเก่า ๆ ถ้าหากฉันมีความกล้าพอที่จะพูดออกไป หรือฉันซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเอง ฉันคงไม่ต้องเสียใจมาจนถึงวันนี้หากแต่ว่าฉันเองก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่า “เธอคนนั้น”มีความรู้สึกเช่นเดียวกับฉันหรือเปล่า และความรู้สึกนั้นก็ยังค้างใจมาจนถึงทุกวันนี้และถ้าเป็นไปได้ฉันอยากจะเจอกับ “เธอคนนั้น”อีกซักครั้ง เพื่อถามบางอย่างที่ค้างในใจ แต่มันก็คงเป็นไปไม่ได้ฉันได้แต่พึมพำกับตัวเองเบา ๆ